Search entire store....

Nav view search

Navigation



จากการที่รัฐบาลมีนโยบายกระจายความเจริญออกสู่ภูมิภาคเพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจ และแหล่งการจ้างงานใหม่ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกให้เป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ของการพัฒนาอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศนั้น รัฐบาลได้ลงทุนโครงการพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Sea Board : ESB) มาเป็นจำนวนมากโดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางความเจริญแห่งใหม่ของประเทศ เป็นแหล่งอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่าง ๆ เป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญของประเทศ เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทั้งทางบกและทางทะเล ซึ่งผลการพัฒนาในช่วงที่ผ่านมาก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องมาเป็นลำดับ ทำให้สามารถช่วยกระตุ้นการขยายการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการและการจ้างงานให้ภูมิภาคนี้สามารถพึ่งตนเองและเป็นฐานเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ขณะเดียวกันก็ยังมีพื้นที่อื่นในภาคตะวันออกที่มีความสำคัญต่อการสนับสนุนการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกษตรที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจึงได้วางกรอบการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกดังกล่าวให้เป็นฐานเศรษฐกิจการเกษตรสมัยใหม่ พร้อมรองรับการกระจายตัวหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการยกระดับให้เป็นประตูเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นจะต้องดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการอื่น ๆ พร้อมกับเร่งรัดการผลิตและพัฒนาบุคลากรให้เพียงพอต่อความต้องการของท้องถิ่นและภูมิภาค เพื่อรองรับการเจริญก้าวหน้า ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถของกำลังแรงงานในการปฏิบัติงานระดับสูงขึ้น ยิ่งในปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในภูมิภาคนี้ และของประเทศโดยรวม หน่วยงานต่าง ๆ ยิ่งมีความต้องการพัฒนากำลังคนมากขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก และพื้นที่อื่น ๆ ในภาคตะวันออก สามารถดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการพัฒนาระดับภูมิภาคและระดับประเทศตามลำดับ


 

 

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมีหน่วยงานภายในทั้งในระดับคณะ สำนัก สถาบันและหน่วยงานสนับสนุนที่มีความพร้อมในการบูรณาการองค์ความรู้ในศาสตร์ สาขาต่าง ๆ สามารถพัฒนาและถ่ายทอดความรู้ในสาขาใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ จึงได้มีนโยบายขยายการศึกษาไปสู่ภูมิภาค โดยการจัดตั้งวิทยาเขตต่าง ๆ เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้สามารถตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นและของประเทศได้อย่างทั่วถึง

          วิทยาเขตศรีราชา เป็นวิทยาเขตหนึ่งที่ได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสังคม ในฐานะสถาบันที่ให้การศึกษาเพื่อรองรับการพัฒนากำลังคนในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก จึงได้จัดทำแผนการจัดการศึกษาสาขาวิชาที่สอดคล้องกับความต้องการในภูมิภาคหลายสาขา โดยในส่วนของระดับบัณฑิตศึกษา สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในคราวประชุมครั้งที่ 4/2546 เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2546 ได้มีมติความเห็นชอบให้วิทยาเขตศรีราชา เปิดสอนระดับบัณฑิตศึกษา 2 หลักสูตร ตั้งแต่ภาคต้น ปีการศึกษา 2546 ได้แก่

          1. หลักสูตร เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ

             (Master of Economics Program in Business Economics : MBE)

          2. หลักสูตร ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาธุรกิจการเกษตร

             (Master of Arts Program in Agribusiness : MAB)

ทั้งสองหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรเดิมที่เปิดสอนที่วิทยาเขตบางเขน

          การบริหารจัดการหลักสูตรดังกล่าวอยู่ภายใต้คณะกรรมการที่รับผิดชอบ 2 ชุดของโครงการปริญญาโทภาคพิเศษ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดวิทยาเขตศรีราชา ได้แก่

          1) คณะกรรมการบริหารโครงการ

          2) คณะกรรมการดำเนินงานโครงการ

          เพื่อให้การจัดการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรของวิทยาเขตศรีราชา ภายใต้การใช้ทรัพยากรร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้อนุมัติให้จัดตั้งบัณฑิตศึกษาสถาน เป็นหน่วยงานหนึ่งของวิทยาเขตศรีราชา มีสถานภาพเทียบเท่าคณะ โดยโครงการปริญญาโท ภาคพิเศษ สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ และสาขาธุรกิจการเกษตร อยู่ในสังกัดของบัณฑิตศึกษาสถาน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2547 และได้รับอนุมัติให้มีการเปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็น วิทยาลัยบัณฑิตศึกษา ศรีราชา ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2550 ต่อมาสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในคราวประชุมครั้งที่ 12/2553 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ได้อนุมัติให้มีการปรับเปลี่ยนชื่อพร้อมปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร และภารกิจของวิทยาลัยบัณฑิตศึกษา ศรีราชา เป็น คณะเศรษฐศาสตร์ ศรีราชา เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่ได้รับผิดชอบจริง และสามารถพัฒนา ตลอดจนขยายงานในความรับผิดชอบต่อไปได้ โดยมีการแบ่งส่วนหน่วยงานภายในออกเป็น

          1. สำนักงานเลขานุการ

          2. ส่วนงานจัดการศึกษา

          3. ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ

และเปิดสอนในระดับปริญญาตรี หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ตั้งแต่ภาคต้น ปีการศึกษา 2554